Fiction

06.30 น. ได้เวลาคุณตื่นนอนไปทำงานแล้ว...ความจริงฉันต้องปลุกคุณ แต่เพราะว่าเมื่อคืนคุณทำงานดึก กว่าจะได้นอนก็ปาไปตีสามเสียแล้ว ฉันเลยตัดสินใจยังไม่ปลุกคุณดีกว่า คิดเสียว่าให้นอนต่ออีกชั่วโมงหนึ่ง แล้วค่อยปลุกให้ตื่นน่าจะดีมากกว่า คุณจะได้พักผ่อนเพียงพอ ยังไงเสียเวลาเริ่มงานก็คือ 09.30 น. ฉันว่าคุณน่าจะไปทำงานได้ทันเวลาอยู่...

ฉันค่อยๆลุกจากเตียงนอน พยายามไม่ให้คุณรู้สึกตัว เพราะฉันไม่อยากรบกวนการพักผ่อนของคุณ จากนั้นฉันก็เดินเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาและแปรงฟัน จากนั้นถึงเข้าครัว ต้มน้ำร้อนเอาไว้เผื่อคุณตื่นขึ้นจะได้ชงกาแฟทาน จากนั้นก็ทอดไข่ ไส้กรอก แฮมอีกสามสี่ชิ้น ทำเป็น American Braekfast ให้คุณได้ทาน จะได้ไม่ต้องหิวตอนเช้า...

07.30 น. ฉันปลุกคุณที่กำลังหลับสบายให้ตื่นขึ้น คุณลุกขึ้นมาในสภาพงัวเงีย พร้อมละเมอเบาๆว่า

"ผมขอนอนต่ออีก 10 นาทีนะ..."

ฉันตอบกลับคุณไปว่า "เจ็ดโมงครึ่งแล้วนะ..."

คุณตื่นทันทีและหันมาตะคอกใส่ฉัน "ผมบอกให้คุณปลุกตอนหกโมงครึ่งไม่ใช่หรือไง ทำไมคุณไม่ปลุกผมล่ะ!"

ยังไม่ทันที่ฉันจะอธิบายเหตุผลอะไร คุณก็ตะคอกฉันเสียยกใหญ่ พร้อมรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าตาแปรงฟัน

"ทานกาแฟไหมคะ? ฉันทำอาหารเช้าเอาไว้แล้ว ยังพอมีเวลาอยู่ ทานเสียหน่อย..." ฉันถามคุณด้วยเสียงเบาๆ ระหว่างที่คุณกำลังแต่งตัว แต่พูดยังไม่ทันจะจบประโยคคุณก็ตะคอกกลับมา

"ทานอะไรกันล่ะ ผมมีประชุมตอนเช้า และตอนนี้ผมก็กำลังจะสายแล้วด้วย คุณรู้ไหมว่าการประชุมครั้งนี้มันสำคัญแค่ไหน ทำไมคุณถึงไม่ปลุกผมตามที่ผมบอก คุณคิดว่าผมทำงานจนถึงดึกเพื่ออะไรกันล่ะ..." จากนั้นคุณก็เริ่มเสียงดัง และพูดถึงเรื่องต่างๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถติด ไปประชุมสาย เสียโอกาสในอนาคต และอีกมากมาย

ฉันยืนฟังที่คุณพูดทุกถ้อยคำ แต่คุณไม่คิดจะฟังที่ฉันพูดเลยแม้แต่คำเดียว....

อาหารเช้าสองจานวางอยู่บนโต๊ะ โดยที่ไม่มีใครสนใจมันเลย....

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผมกับเธอ เราแต่งงานและอยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว ถึงแม้เราจะไม่มีลูกด้วยกัน แต่เราก็รักกันมาก เธอเป็นเหตุผลในการดำรงชีวิตอยู่ของผม ผมได้สัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วว่าต่อจากนี้ ผมจะมีชีวิตอยู่เพื่อเธอ เราจะอยู่เพื่อกันและกัน จะไม่ทอดทิ้งกันและกัน ไม่ว่ายามสุข หรือยามทุกข์....คำสาบานในพิธีแต่งงาน ที่ไม่ได้สักแต่พูดในพิธี หากแต่เป็นคำสาบานของเราสองคนที่จะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป

เมื่อคืนผมทำงานอย่างหนัก เนื่องจากตอนเช้ามีประชุมใหญ่ ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ผมได้มีโอกาสเลื่อนขั้นในการทำงาน ซึ่งถ้าผมนำเสนองานออกมาได้ดี ผมก็จะได้เลื่อนขั้น มีเงินเดือนที่มากขึ้นที่พอจะทำให้เราสองคนสบายมากขึ้น และผมจะได้มีเวลาว่างมากขึ้น ไม่ต้องทำงานหนักเหมือนแต่ก่อน และเราจะได้มีเวลาไปเที่ยวด้วยกันมากขึ้น 

ผมทำงานเสร็จราวๆตีสาม คุณบอกให้ผมนอนพักได้แล้ว โดยที่คุณจะปลุกผมเอง ผมไว้ใจคุณและขอร้องให้คุณปลุกผมตอน 06.30น. แต่ผมรู้สึกตัวอีกทีก็เป็นเวลาเจ็ดโมงครึ่งแล้ว ผมยังรู้สึกง่วงอยู่เล็กน้อยและปวดเมื่อยตามตัว แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญเท่า "ผมสาย" ผมรู้สึกโมโหมาก ที่คุณไม่ยอมปลุกผมตามที่ผมได้บอกคุณเอาไว้ ตอนนี้ผมต้องรีบเตรียมตัวออกไปทำงานแล้ว ไม่งั้นผมจะไปเข้าประชุมไม่ทัน ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการไปเข้าประชุมให้ทันแล้ว ไม่มีเวลาพอแม้แต่จะทานอาหารเช้าด้วยซ้ำ

ผมไม่อยากพลาดการประชุมครั้งนี้ มันสำคัญมาก...มากเสียจนผมลืมนึกถึงความรู้สึกของคุณไป...

ผมเข้าบริษัททันเวลา และนำเสนอผลงานได้ดังที่ตั้งใจเอาไว้...

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้อากาศร้อนอบอ้าวนิดๆ แดดส่องกำลังดี หลังจากที่ฉันเก็บกวาดโต๊ะทานข้าวเสร็จ ฉันจึงตัดสินใจซักเสื้อผ้า และทำงานบ้านรอคุณกลับมา ในใจก็นึกเป็นห่วงว่าคุณจะเป็นอะไรไหม? คุณไม่ได้ทานอะไรเลย จะปวดท้องหิวข้าวไหม? สบายดีหรือเปล่า การประชุมจะผิดพลาดอะไรไหม? ถ้างานของเขาผิดพลาดเพราะเขาไปสายล่ะก็ ฉันจะทำไงดี?

ถึงแม้ว่าการที่ฉันปลุกเขาสายจะเป็นเพราะ "ฉันห่วงเขา อยากให้เขาได้พักผ่อนขึ้นอีกนิด..." แต่มันคงไม่สามารถเป็นเหตุผลได้หากมันทำให้หน้าที่การงานของเขาต้องเสียหาย...

"ความรักและความห่วงใยมันเอามาเป็นเหตุผลของการเกิดความผิดพลาดไม่ได้หรอก..." ฉันได้แต่คิดและพะวงกับสถานการณ์ที่ดำเนินไป และไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ฉันได้แต่ทำงานบ้านไปเรื่อยๆ ปัดกวาดเช็ดถูห้องพักของเราให้สะอาด ซักเสื้อผ้า และผ้าปูที่นอน เอาหมอนไปตากแดดตรงระเบียง เพื่อที่เวลานอนคุณจะได้หลับสบาย...

เพราะฉันทำได้แค่เรื่องแบบนี้ ทำได้แค่ดูแลคุณ และ ทำตัวเป็นแม่บ้านที่ดี.... ฉันรู้สึกเสียใจขึ้นมากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ นี่อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เราทะเลาะกัน แต่การที่เขาตะคอกใส่ฉัน โดยไม่ฟังสิ่งที่ฉันพยายามจะอธิบายเลย มันทำให้ฉันรู้สึกเสียใจ...

ฉันเอาแต่คิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ พร้อมกับโทษตัวเองว่า "ถ้าคุณเข้าประชุมไม่ทันเพราะฉัน และมันทำให้การงานของคุณไม่ก้าวหน้า ฉันจะทำอย่างไรดี..." ฉันยังคงทำความสะอาดบ้านไปเรื่อยๆ

เย็นแล้ว... ใกล้ได้เวลาคุณจะกลับมาแล้ว ฉันคงต้องรีบออกไปจ่ายตลาด เพื่อทำกับข้าวให้คุณทาน เพราะวันนี้คุณคงจะเหนื่อยมาก อย่างน้อยเมื่อคุณกลับมาบ้าน และมีอาหารให้ทาน อาจจะช่วยทำให้คุณหายเหนื่อยได้บ้าง... ถ้านั่นเป็นสิ่งที่ฉันทำให้คุณรู้สึกดีได้ ฉันก็จะทำมันให้ดีที่สุด...

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ได้เวลาเลิกงาน วันนี้ถือว่าเป็นวันที่ดีของผมมากเลย ผมมาทันการประชุม และผมทำการเสนอแผนงานไปได้ด้วยดี ผู้ถือหุ้นแต่ละท่านดูเหมือนจะชอบในแผนงานของผมมาก นั่นทำให้ผมได้รับคำชมเชยจากหัวหน้าพร้อมกับคำมั่นสัญญาในการเลื่อนตำแหน่งงาน พร้อมกับวันหยุดพักผ่อนให้ผม เพื่อที่ผมจะได้ไปเที่ยวพักผ่อนกับคุณอย่างเต็มที่ หลังจากที่ผมเอาแต่ทำงานทุกวัน และไม่ได้ไปเที่ยวกับคุณเป็นเวลานานมากแล้ว...

ผมตัดสินใจโทรหาคุณในทันทีเมื่อเลิกงาน เพื่อที่เราจะได้ออกไปทานอาหารมื้อเย็นหรูๆด้วยกัน คุณจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับการทำกับข้าว และเมื่อทานข้าวเสร็จอาจจะไปเดินเล่น ซื้อของ หรือทำอะไรก็ได้ตามใจคุณ

คุณรับสายผมและตอบรับในคำชวนของผม โดยที่ผมนัดคุณให้ออกมาเจอที่ร้านอาหารตอนหนึ่งทุ่ม ซึ่งผมได้วางแผนเซอไพรส์ขอโทษคุณเอาไว้ ด้วยการไปหาซื้อดอกไม้ช่อใหญ่สวยๆจากร้านดอกไม้ใกล้ๆบริษัท ผมหวังว่าคุณจะยกโทษให้ผมสำหรับเหตุการณ์เมื่อเช้า และมีความสุขไปกับผมในค่ำคืนนี้... ในวันที่ผมประสบความสำเร็จอีกขั้นหนึ่ง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คุณโทรมาหาฉันระหว่างที่ฉันกำลังนั่งรอคุณกลับมาบ้าน โดยที่บนโต๊ะในครัวนั้นเต็มไปด้วยกับข้าวที่คุณชอบทาน แกงจืดเต้าหู้หมูสับที่คุณบอกว่าฉันทำมันได้อร่อยมาก ผัดผักรวมมิตรที่เลือกมาแต่ผักที่คุณชอบทาน ปีกไก่ทอดหมักพริกไทที่คุณบ่นว่าอยากกินเมื่อหลายวันก่อน และไข่เจียวหมูสับที่คุณแม่คุณบอกว่าเป็นอาหารที่คุณชอบทานมากที่สุด...

ฉันไม่อยากปฏิเสธคำชวนของคุณ เสียงของคุณดูมีความสุขมาก ฉันจึงตัดสินใจไม่บอกว่าฉันทำอาหารรอคุณที่บ้านแล้ว และตอบรับคำขอของคุณ โดยที่ฉันจะออกไปทานข้าวกับคุณ ที่ร้านเดิมของเรา...ร้านที่คุณขอฉันแต่งงาน...

ฉันเก็บอาหารเหล่านั้น ห่อแรฟเอาไว้และนำไปแช่ในตู้เย็น ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้ทาน แต่พรุ่งนี้อุ่นร้อนทานก็ยังได้...ฉันคิดในใจ จากนั้นจึงรีบไปแต่งตัว ฉันไม่อยากให้คุณรอฉันนาน...

ฉันไปถึงหน้าร้านก่อนเวลานัดครึ่งชม. เห็นคุณยืนรอพร้อมช่อดอกลิลลี่ช่อใหญ่ ฉันจึงรีบเดินเข้าไปหาคุณ

"มาเร็วกว่าที่ผมนัดเอาไว้อีกนะ" คุณทักทายฉันด้วยน้ำเสียงแปลกใจเล็กน้อย

"ฉันแค่ไม่อยากให้คุณรอนานน่ะค่ะ" ฉันตอบไปด้วยความรู้สึกของฉันจริงๆ

"สำหรับคุณน่ะ ผมรอนานแค่ไหนก็ได้ ตลอดชีวิตของผมเลยล่ะ" พูดเสร็จเขาก็ยื่นช่อดอกไม้ให้ฉัน "ผมขอโทษสำหรับเมื่อเช้านี้นะ ผมตะคอกคุณไป ผมขอโทษจริงๆ เพราะตอนนั้นผมไม่อยากไปประชุมสาย ไม่รู้ว่าคุณจะยกโทษให้ผมไหม?" 

"คุณไม่ได้ทำผิดอะไรหรอกค่ะ จะขอโทษฉันทำไม ขอบคุณนะคะ สำหรับช่อดอกลิลลี่สวยๆ" ฉันรับช่อดอกไม้ของเขาเข้ามากอดเอาไว้ จากนั้นเราก็เข้าไปทานอาหารกัน...

หลังทานอาหารเสร็จ คุณเอ่ยปากถามฉันว่าอยากไปที่ไหนต่อไหม? ฉันไม่อยากให้คุณเหนื่อย วันนี้คุณทำงานมาหนักแล้ว ฉันอยากให้คุณพักผ่อนไวๆจึงบอกคุณไปว่า "กลับบ้านเราเถอะ" จากนั้นเราก็นั่งรถกลับบ้านกัน...

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้อาหารอร่อยมาก ผมเห็นคุณมีความสุขกับการมาทานอาหารในครั้งนี้ เราพูดคุยกันเรื่องทั่วๆไประหว่างทานอาหาร ผมเล่าให้คุณฟังเรื่องที่ผมได้เลื่อนขั้นและได้วันหยุดมา คุณดูมีความสุขและดีใจมากกว่าตัวผมเสียอีก ผมจึงถามคุณไปว่าอยากได้อะไรเป็นของขวัญไหม? ผมให้คุณได้หมดทุกอย่างแหละ

"ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็มากพอแล้ว..."คุณยิ้มน้อยๆให้ผม

"คุณแน่ใจนะ ว่าไม่อยากได้อะไร?" ผมถามซ้ำ คุณส่ายหน้าเบาๆแทนคำตอบ ในใจผมรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย ผมอยากให้อะไรคุณบ้าง คุณทำเพื่อผมมาเยอะ คุณคอยดูแลผมตลอดเวลา ผมจึงอยากให้ของขวัญอะไรตอบแทนคุณบ้าง ผมอยากให้คุณรู้สึกดีใจ...

เมื่อทานอาหารเสร็จ ผมก็ได้ถามคุณว่าคุณอยากไปที่ไหนต่อไหม? อยากดูหนังหรือเดินซื้อของด้วยกันไหม? เผื่อว่ามีอะไรที่คุณอยากจะได้ คุณทำท่าคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ตอบผมกลับมาว่า "กลับบ้านเราเถอะ" นั่นทำให้ผมรู้สึกผิดหวังเล็กๆอีกครั้ง หรือว่าการที่ออกมาเที่ยวกับผมมันน่าเบื่องั้นหรือ? หรือว่าคุณไม่สบายหรือเปล่า? ถึงผมจะคิดสารตะ แต่ผมก็ตอบรับคำขอของคุณ ผมเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้านของเรา 

เรากลับมาถึงบ้าน คุณบอกให้ผมไปอาบน้ำเสีย ผมจึงทำตามที่คุณบอกด้วยการไปอาบน้ำโดยดี และเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเดินเข้าห้องนอน ไปนอนรอคุณบนเตียง...

ผมเพิ่งสังเกตว่าผ้าปูเตียงและปลอกหมอนเป็นลายใหม่ กลิ่นแดดที่ติดหมอนทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก คุณทำให้ผมรู้สึกดีได้เสมอ เหมือนกับว่าคุณอ่านใจผมได้และรู้นิสัยผมหมดทุกอย่าง...ผมเคลิ้มหลับไปโดยไม่รู้ตัว..ช่วยไม่ได้นี่นา ผ้าห่มอุ่นๆหมอนนุ่มๆ จะไม่ให้ผมหลับตาลงนอนได้อย่างไร...

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ระหว่างที่คุณอาบน้ำ ฉันก็เคลียร์ความเรียบร้อยภายในห้องครัว ดูว่าปิดเตาเรียบร้อยหรือยัง พร้อมกับเช็คของในตู้เย็น เพื่อที่จะดูว่าฉันต้องซื้ออะไรมาเพิ่มใหม? ก่อนที่จะตรวจความเรียบร้อยอย่างอื่นเพิ่มเติม รอคุณอาบน้ำเสร็จ เพื่อที่ฉันจะได้เข้าไปอาบน้ำต่อ...

เมื่อฉันอาบน้ำเสร็จ และเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเรียบร้อย จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องนอน เห็นคุณนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ฉันจึงเดินไปปิดไฟและขึ้นเตียงนอนก่อนทีจะคุณจะรวบฉันเข้าไปกอด...และเราสองคนก็นอนหลับไป...

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ผมตื่นเช้ามาเพราะได้กลิ่นอาหารหอมๆ นั่นทำให้ผมลุกขึ้นตื่น แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันหยุดก็ตาม ผมเดินไปล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็เดินไปที่ครัว เห็นคุณกำลังอุ่นอาหารในหม้ออยู่ พอมองไปบนโต๊ะผมก็เห็นกับข้าวจานโปรดของผมวางอยู่บนโต๊ะมากมาย ไปว่าจะเป็นไข่เจียวหมูสับ ผัดผักรวมมิตรที่มีแต่ผักที่ผมชอบทาน กะหล่ำปลี...แครอท...ถั่วงอก...คะน้า...ใส่กระเทียมน้อยๆ และอีกจานหนึ่งก็คือปีกไก่ทอดที่ผมจำได้ว่าบ่นให้คุณฟังเมื่อหลายวันก่อนว่าเห็นที่ตลาดแล้วอยากทาน...

ระหว่างที่ผมกำลังมองดูอาหารแต่ละอย่าง คุณก็หันหลังมาเจอผมพอดี พร้อมกับเรียกให้ผมไปนั่งรอทานข้าว เธออุ่นแกงจืดหมูสับที่ผมคิดว่ามันอร่อยที่สุดในโลกแล้วเสร็จพอดี และเธอกำลังไปคดข้าวสวยร้อนๆมาให้ผม

"กับข้าวพวกนี้คุณทำตอนไหนหรอ? คงไม่ใช่เมื่อตอนเย็นใช่ไหม?" ผมเอ่ยปากถามคุณไป เพราะเท่าที่ผมสังเกตนะ ผัดผักมันดูไม่กรอบเหมือนเคยนา ถึงมันจะอร่อยหมดทุกอย่างก็เหอะ

"ค่ะ เป็นกับข้าวที่ทำไว้ก่อนคุณจะโทรมาชวนทานข้าวน่ะ ฉันเสียดายก็เลยเอาไปแช่ตู้เย็นไว้ เผื่อไว้ทานเป็นมื้อเช้าวันนี้" 

"ความจริงคุณน่าจะบอกผมนะ ว่าคุณทำกับข้าวเอาไว้แล้ว น่าเสียดายกับข้าวอร่อยๆพวกนี้ออก ถ้าผมรู้ว่าคุณทำกับข้าวแล้วนะ ผมจะรีบกลับมาบ้านเลยนะนี่" พูดเสร็จผมก็ขอเธอเติมข้าวอีกจาน

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่อยากให้คุณเสียความตั้งใจ อีกอย่างนะ นานๆทีออกไปทานข้าวนอกบ้านก็ดีเหมือนกันนะคะ เมื่อคืนอาหารก็อร่อยมากเลยด้วย" พูดเสร็จเธอก็ส่งจานข้าวให้ผม ทำไมคุณช่างน่ารักแบบนี้เนี่ย คุณใส่ใจความรู้สึกของผมทุกเรื่อง เป็นห่วงผมทุกอย่าง 

ผมจะไม่รักคุณได้อย่างไร ในเมื่อคุณเป็นแบบนี้...ผมสัญญานะว่าต่อไปนี้ผมจะแคร์ความรู้สึกคุณให้มากๆ ผมจะไม่ทำอะไรที่ทำให้คุณไม่รู้สึกดีอีกเด็ดขาด

ผมอยากให้คุณอยู่กับผมนานๆ... ให้ตายซิ ผมอยากให้คุณรู้ความคิดของผมตอนนี้จัง ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน...ผมนั่งมองหน้าคุณอย่างไม่รู้เบื่อ ในขณะที่ปากผมก็เคี้ยวข้าวหยับๆ

"ไม่ต้องบอกหรอกค่ะ ฉันน่ะรักคุณมากพอๆกับที่คุณรักฉันน่ะแหละ"  จู่ๆคุณก็พูดออกมา ทำเอาผมแทบสำลักข้าวเลยทีเดียวว่าคุณอ่านใจผมได้อย่างไร

"คุณอ่านใจผมได้หรอ?" ผมถามคุณด้วยความประหลาดใจ แต่คุณส่ายหน้าตอบผมกลับมา

"ไม่หรอก แค่ฉันมองคุณฉันก็รู้แล้วว่าคุณคิดอะไร ก็ฉันเฝ้ามองคุณอยู่ตลอดเวลานินา...ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะคุณคิดอะไร เรารู้จักกันมา 7 ปีแล้วนะ" พอพูดเสร็จ เธอก็หัวเราะน้อยๆ และส่งแก้วน้ำมาให้ผม

ให้ตายซิ! ผมลืมไปได้อย่างไร ว่าเรา"รู้จัก"กันมานานแค่ไหนแล้ว...

ผมคิดว่าวันนี้ เธอคงอยากออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ๆแน่ๆเลย ในเมื่อวันนี้อากาศดีซะขนาดนี้ ผมลองอ้อนให้เธอทำปิ่นโตไปดีไหมนะ ทำให้ดูเหมือนว่าผมอยากไป เธอจะได้ไม่ต้องเกรงใจผมอีก

ทำไมผมถึงรู้ว่าเธออยากไปเดินเล่นน่ะหรอ? ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะ...ก็ผมรู้จักเธอมานานแล้วนี่นา มองหน้าเธอก็รู้แล้วล่ะ ว่าเธออยากทำอะไร...

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แล้วคุณล่ะ "รู้จัก"คนของคุณมากแค่ไหน?

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เฮ้ออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

อัพจบไปอีกหนึ่งเรื่องแว้ว กับเรื่องสั้น(ที่ไม่ค่อยสั้น) และชิลอย่างแรง...

เรื่องนี้บรรยากาศตอนแรกอยากให้เป็นมุมมองความคิดของแต่ละฝ่ายอ่ะ ให้มีทะเลาะนิดนึง และก็กลับมาหวานๆอีกรอบ ให้คนที่มีแฟนลองใส่ใจแฟนของตัวเองให้มากขึ้น ให้สมกับที่รู้จักกันมานานจนเป็นแฟนกันหน่อย

ส่วนการใช้สรรพนาม "คุณ" "ผม" "ฉัน" "เรา" นั่นเป็นความจงใจนะคะ อยากให้เห็นภาพความคิดอย่างชัดเจนอ่ะ ไม่อยากเล่าเรื่องโดยมุมมองบุคคลที่สามอ่ะ เล่าโดยมุมมองตัวละครมันดูน่าสนุกกว่า

แรงบันดาลใจ ก็คงมีแค่นั้นน่ะแหละค่ะ คือสร้างมาเพื่อเสริมความรักของคู่รักให้มากขึ้น ให้ลองคิดถึงกันและกันให้มากขึ้น คนเราถ้าใส่ใจซึ่งกันและกันแล้วล่ะก็ จะมีแต่ความสุขแน่ๆค่ะ

แต่ดูเหมือนบรรยากาศมันจะชิลไปหน่อย แถมจบแบบแปลกๆอีกตะหาก? ก็ถือว่าเป็นความท้าทายในตัวงานของบาสก็แล้วกัน

ถูกใจให้ดาวโลด อิอิ และถ้าชอบใจ สามารถหาเรื่องสั้นเก่าๆ อ่านได้ที่แถบทางด้านขวามือนะคะ

แล้วพรุ่งนี้เรามาเจอกัน

ปล.1 ไม่อู๊พแล้ว เขียนเรื่องสั้นมั่งดีกว่า อิอิ ดองไว้นาน

ปล.2 เหลืออีกเรื่อง "ความคิดที่ไม่สื่อถึงกัน" เรื่องนี้อยากให้มันเรื่องเศร้าๆที่ทำให้คนคิดถึงกันมากขึ้นแฮะ?

ปล.3 ขอบคุณทุกคนและทุกแรงใจค่ะ

ปล.4 รดน้ำด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

edit @ 19 Jun 2009 02:36:22 by BassYoncE

edit @ 18 Nov 2009 02:54:20 by BassYoncE



|3๑ssYoncE
View full profile