confident

สวัสดีค่ะ ท่านผู้เยี่ยมชมบล็อกทุกท่าน ยินดีต้อนรับสุ่บล็อกน้อยๆของน้องบาสค่ะ

ความจริงแล้วตามกำหนดการเดิม วันนี้น้องบาสควรจะต้องอัพ Tag เพื่อเนียนไปอีก 1 วันนะคะเนี่ย แต่ก็กลัวเพื่อนๆเบื่อกันเสียก่อน ก็เลยคิดว่าน่าะอัพ Tag สลับกับหลงตัวเองไปพลางๆ แบบนี้น่าจะโอเคกว่า

เหมือนเดิมเลยค่ะ

------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ประกาศนิดๆค่ะ

- เปิดรับ Req ในประเด็นบางประเด็นที่คุณคิดว่าบาสเขียนได้นะคะ เพื่อท่านใดอยากลองอ่านประเด็นที่คุณนำเสนอด้วยฝีมือการเขียนน้องบาส จะน่าสนใจแค่ไหน ขอท่านเชิญเสนอแนะได้เลยค่ะ(ของดประเด็นการเมืองและศาสนาหรือประเด็นที่ ละเอียดอ่อนนะคะ)

- เปิดรับ Q&A เกี่ยวกับตัวบาสค่ะ ท่านผู้ชมบล็อกคนไหน มีคำถามคาใจ อยากจะถามอะไรกับน้องบาสที่เป็นจขบ.คนนี้ สามารถสอบถามเข้ามาได้ทุกเรื่องค่ะ (ยกเว้นประเด็นละเอียดอ่อนนะคะ)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 

กลับมาที่หัวข้อของวันนี้นะคะ "เสมอต้น...เสมอปลาย" นะคะ

คุณเคยไหมคะที่เจอคนเข้ามาจีบ ในช่วงสัปดาห์แรกของการจีบ เขาจะขยันโทรหาคุณวันละ 3 รอบ เพื่อแจ้งให้คุณทราบว่าเขากำลังดำเนินชีวิตแบบไหนอยู่ พร้อมทั้งบอกให้คุณดูแลตัวเองให้ดี ทานอาหารให้ครบสามเวลา เขาเป็นห่วง รักนะ จุ๊บๆ อะไรแบบนี้ แถมก่อนนอนก็จะโทรมา Good Night หลับฝันดีนะที่รัก แถมเมื่อวางสายไป ยังไม่วายส่ง sms หวานๆมาหาคุณอีก จนคุณอาจจะคิดว่าบ้านเขาประกอบธุรกิจสัญญาณมือถือ หรือผู้ให้บริการเติมเงินมือถืออะไรทำนองนั้นหรือเปล่า? แน่นอนคุณอาจจะรู้สึกดีๆบ้างแหละ ที่มีคนมาให้ความสนใจ ตามตื๊อคุณตั้งสัปดาห์นึงแหนะ มันต้องเกิดอาการสวยเลือกได้มานิดๆบ้างแหละน่า

แตเมื่อเวลาผ่านไปสัปดาห์นึง เข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่สอง เขาคนนั้นที่เคยโทรมาจีบคุณวันละ 3 เวลาหลังอาหารจะค่อยๆเหลือวันละ 1 รอบ หรืออาจจะกลายเป็นสองวันครั้ง แต่ยังมีการส่ง sms มาเตือนใจคุณทุกคืน เข้าทำนองที่ว่า ผมยังคงคิดถึงคุณนะครับ แค่ช่วงนี้งานผมยุ่งไปหน่อย ต้องออกต่างจังหวัดบ่อย มีประชุมทุกวัน ทำโอทีทุกวันเลย เลยไม่ได้มีเวลาโทรหาคุณทุกวันเหมือนแต่ก่อน ตอนนี้คุณอาจจะเริ่มมีการรอโทรศัพท์เขาบ้างแหละ และอาจจะสงสัยว่าทำไมเมื่อก่อน เมิงโทรวันละ 3 รอบได้ทีแบบนี้มาทำเป็นบ้าง ถึงจะบ่นนู่นนี่ แต่คุณก็ยังยินดีที่จะรับโทรและ sms อยู่ดีแหละน่า และกำแพงเซ้ลฟ์ของคุณก็ค่อยๆละลายทีละนิดๆ

เข้าสู่สัปดาห์ที่สาม โทรอาจจะห่างหายไปสัปดาห์ละครั้ง หรือดีหน่อยอาจจะ 3 วันครั้ง sms จะค่อยๆร่อยหรอไม่มาถี่เหมือนแต่ก่อน ด้วยสารพัดเหตุผลเช่น เงินโทรศัพท์หมด ไม่ได้เติมเลย เงินยังไม่เข้า ต้องเคลียร์งานเตรียมประชุมพรุ่งนี้เช้าเลยไม่มีเวลาส่งให้ หรือเหตุผลสิ้นคิดง่ายๆ "ลืมครับ"  และเมื่อคุณเริ่มเซ้าซี้เขาบ่อยเข้า และเริ่มบ่นว่าเขาไม่เสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิมเลย ทั้งๆที่เราก็เริ่มรู้สึกดีๆขึ้นมาบ้างแล้วนะ ลงทุนจีบนิด พาไปเดทอีกหน่อย เลี้ยงข้าว เลี้ยงหนังเราอีกซะ 2-3 ครั้ง อาจจะลองคิดทบทวนให้เป็นกิ๊กก็ได้นะ อะไรทำนองนั้น เขาก็จะหายสาปสูญไป เหมือนกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนมาก่อนในชีวิตคุณ

ยินดีด้วยค่ะ คุณถูกคนเหล่านี้ "หลอกให้อยากแล้วจากไป"แล้วค่ะ หรือภาษาบาสเรียกว่า "อ่อยเหยื่อให้ตายใจแล้วปล่อยให้เน่าอยู่แบบนั้น" หรือภาษาเพื่อนบาสเรียกว่า "จีบทิ้งจีบขว้าง"

แน่นอนว่าใครเจอแบบนี้ก็คงเฟลนะคะ และคงต้องเสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก จนอาจจะทำให้รู้สึกว่า "ถ้าต้องมีคนมาจีบแบบนี้นะ อย่ามาจีบเลยดีกว่า อยู่เป็นโสดดีกว่าเยอะเลย"

อนึ่ง น้องบาสเจอแบบนี้บ่อยมาก (ประโยคบอกเล่า...)

พอจะเห็นความสำคัญของการ "เสมอต้น เสมอปลาย" หรือยังเอ่ย?  ถ้ายัง มาดูตัวอย่างต่อไปกันดีกว่า มีความใกล้เคียงกับสถานการณ์ "เสมอต้น เสมอปลาย" เหมือนกัน

คุณเคยเจอไหมคะ? เวลาที่ต้องทำรายงานกลุ่ม (อาจารย์บังคับให้ต้องมีกลุ่ม คุณไม่สามารถโชว์พาวทำคนเดียวได้ ถึงแม้ศักยภาพคุณจะบ่งบอกว่าคุณทำได้ก็ตาม) แล้วคุณก็ต้องไปร่วมหัวจมท้ายกับใครก็ไม่รู้ ที่บังเอิญเขามาเข้าเรียนเอาคาบนี้พอดี เพราะได้ยินข่าวลือว่าจะมีการแบ่งกลุ่ม (มีเสมอแหละค่ะพวกนี้ เวลาเรียนไม่เข้า แต่พอแบ่งกลุ่มล่ะรีบมาเชียว)ด้วยความที่เราเป็นแม่พระ เพื่อนคนอื่นก็หนีไปมีกลุ่มหมดแล้ว ก็เลยต้องจำใจรับเข้ากลุ่มแบบเสียไม่ได้

เมื่อตอนรับเข้ากลุ่มก็ดูดีอยู่หรอก ปากบอกจะช่วยงานเต็มที่ ดูเขาจะเป็นคนที่แอคทีพกับการทำงานมาก เราก็หลงดีใจ เลยบอกหัวข้องานแยกย้ายไปหาข้อมูลก่อน(สัปดาห์แรกของการทำงานมักจะเริ่มด้วยการหาข้อมูลค่ะ) จากนั้นเขาก็จะโทรมาถามรายละเอียดงานแทบทุกวัน จนเหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่ม เราก็ใจดีบอกรายละเอียดงานไปเรื่อยๆ หวังว่าเขาจะเข้าใจคอนเซปต์งาน และหาข้อมูลดีๆมาให้เราได้เยอะขึ้น

แต่แล้วลางร้ายก็จะเริ่มบอกเหตุมา เช่น "เราหาได้เท่านี้เองอ่ะ จากที่นี่" (ซึ่งคุณอาจจะเห็นได้ชัดจากข้อมูลที่คุณลอง skimmig (การอ่านแบบผ่านๆ จับใจความสำคัญ) ว่าแค่ไป copy ส่งๆเอามาจากเน็ต 1 วันก่อนนัดรวมงานอะไรแบบนั้น ในขณะที่เราต้องเข้าห้องสมุดเป็นว่าเล่น มันมีความห่าง ความลึกต่างจากข้อมูลที่เรารีเซิร์จมาเยอะอยู่) หลังจากนั้นฝันร้ายก็จะเริ่มขึ้นเมื่อคุณแบ่งงานไปให้แล้ว "เขาคนนั้น" มักจะมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ 

-ส่งงานเลท             - ปิดมือถือ          - มักบอกว่าไม่สบาย

-มีธุระครอบครัวได้ตลอดสัปดาห์               - บางรายอกหักพอดิบพอดี

-ไปต่างจังหวัดเพิ่งกลับมา                    - ช่วยงานที่บ้าน

-เห็นออนเอ็มหรือ Hi5 แต่เจ้าตัวมักจะบอกว่าไม่อยู่หน้าจอ

สารพัดอีก 108-1009 เหตุผลที่จะยกมาอ้าง จนสุดท้าย ถ้าคุณไม่วีนแตกยื่นคำขาดจะไล่ออกจากกลุ่ม งานก็จะไม่เสร็จ และถ้าซวยหน่อยถ้าไม่สามารถไล่ออกจากกลุ่มได้(อ.ห้ามไว้) คุณก็ต้องโทรตามงานตลอดทุกๆ 10 ชม. จนฝั่งตรงข้ามเอาไปนินทาว่า"คุณแมร่งโคตรเรื่องมากเลย"ทั้งๆที่มัน "ไร้ความรับผิดชอบ"

เจอแบบนี้คงเริ่มฮาไม่ออกแล้วซินะคะ ยิ่งถ้าคนที่เคยมีประสบการณ์ตรงด้วยแล้ว มาถึงตอนนี้อาจจะหวนนึกถึงวันวานอันโหดร้ายจนเผลอกำหมัดโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้

 

พอห็นแบบนี้แล้ว อยากจะเป็นคนแบบไหนดีคะ? มีความรับผิดชอบ เสมอต้นเสมอปลาย หรือเป็นพวก "ต้นจัดปลายแผ่ว หวานต้นจืดปลาย" ดีคะ?

ความจริงไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม จะเรื่องของหัวใจก็ดี เรื่องของการทำงานก็ดี จุดสำคัญอย่างนึงเลยคือเรื่องของ "ความรับผิดชอบ" ค่ะ คุณควรจะรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองให้ดีเป็นอย่างมาก เพราะมันจะสร้าง "ความประทับใจ" ให้กับฝ่ายตรงข้ามได้เป็นอย่างดี และเมื่อเขาเกิดความประทับใจ ในความรับผิดชอบ และสม่ำเสมอของคุณแล้ว เขาอาจจะเกิด "ความไว้วางใจ" ต่อมา ซึ่งถ้าเกิดมีคนที่ให้ "ความไว้วางใจ" ในตัวคุณแล้วล่ะก็ ดีใจได้เลยค่ะ เพราะคุณจะเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาไปแล้ว (คนเราไม่ให้คนสนิท หรือ ไว้ใจ มารู้เรื่องตัวเองมากนักหรอกค่ะ จริงไหม?)

พอมาลองย้อนดูต่อกับ "เสมอต้น เสมอปลาย"แล้ว เราจะพบว่าสาเหตุของการหย่าร้าง การเลิกกัน หรือการนอกใจ มักจะเกิดจากความ "ไม่เสมอต้นเสมอปลาย" หรือ "ขาดความรับผิดชอบ" เสียเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างเห็นได้ชัดๆ เลยก็

- เมื่อก่อนก็รักกันดี ไปรับไปส่งตลอด พาไปเที่ยวทุกวันหยุดได้ มีช่วงเวลาพิเศษที่เรียกว่า "เวลาของสองเรา" แต่พอเป็นแฟนเท่านั้นแหละ ไอที่เคยไปรับไปส่งมักจะถูกอ้างว่า "งานยุ่ง เปลืองค่าน้ำมัน รถติด" การพาไปเที่ยวก็จะลดลงไป ด้วยสาเหตุ "งานเยอะ ไม่มีเวลาว่าง อยากพักผ่อน" ในขณะที่ถ้าเพื่อนของเขาชวนไปแฮ้งค์เอาท์ ดูบอล จะไม่มีการปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย และ"ช่วงเวลาของสองเรา" ที่เคยมี มักจะถูกแทนที่ด้วยกิจกรรมส่วนตัวของเขาแทน เช่น "การทำงาน อยู่กับกลุ่มเพื่อน หรือ เวลาส่วนตัว"

มันน่าหงุดหงิดใจนะคะ พอเราเจอแบบนี้ แถมมันยากพอดูด้วยนะ ที่จะถอนตัวหนีจากช่วงเวลานั้น เพราะหลายๆคนเองก็คงจะยอมเทใจไปส่วนหนึ่งบ้างแล้วล่ะ เพราะโดน"หน้ากาก" ที่เขาจงใจใส่เพื่อให้คุณ "ไว้วางใจ ว่าเขาจะดีกับคุณตลอดไป" มันทำให้ยากที่จะตัดไป เข้าทำนองที่ว่า อยู่ต่อไปก็เศร้า เลิกกันไปก็เจ็บ

แต่บาสไม่ได้ว่าคู่ที่ดีๆนะคะ แน่นอนค่ะว่าคู่ที่ดีๆก็มีอยู่ถมเถไป และเขาก็ครองรักกันอย่างหวานชื่นเยอะแยะด้วย นั่นเป็นเพราะเขา "เสมอต้นเสมอปลาย" แรกรักทำอย่างไร เมื่อเป็นแฟนก็ยังทำแบบนั้น คอยเติมความหวาน และสร้างความประทับใจแก่กันเรื่อยๆ ความรักมันเลยไม่หดหายไป มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นๆทุกวัน

เพราะฉะนั้นนะคะ ถือเสียว่า ทำเพื่อตัวเองค่ะ ไม่ว่าจะอะไรยังไงก็ตาม สิ่งที่เปลี่ยนได้ง่ายที่สุดก็คือตัวของเราเอง เราอย่าไปคาดหวังให้ผู้อื่นจะต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ หากตัวเรายังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากรู้ตัวดีว่าเรานั้นยัง "ไม่เสมอต้นเสมอปลาย" ก็ขอให้ค่อยๆปรับนิสัยของเราให้ "เสมอต้นเสมอปลาย" ทีละนิดๆขึ้นเรื่อยๆ แล้วถึงค่อยไปเปลี่ยนผู้อื่นค่ะ

เชื่อบาสซิ ทำแบบนี้ได้นะ จะรักกันไปอีกนานเลยล่ะ อิอิ

แอบพาดพิงนิดๆ ก็เหมือนการรดน้ำต้นไม้น่ะแหละค่ะ แรกๆเราไปรดน้ำให้เขาเท่าไหร หลังๆเราก็ควรหมั่นรดน้ำให้เขาเท่านั้นแหละค่ะ แล้วเขาที่คุณไปรดน้ำให้ ก็ย่อมกลับมารดน้ำคืนให้คุณแน่นอน อิอิ เอาเรื่องง่ายๆใกล้ตัวเป็นตัวอย่างเลยนิ

ปล.1 พรุ่งนี้จะอัพ Tag จริงๆแล้วนะ

ปล.2 Entry วันนี้งงมากว่าจะเอาสาระดี หรือจะเอาเฮฮาดี สรุป ผสมมันให้หมด

ปล.3 มันมีเพลง "หวานต้น จืดปลาย" ด้วยนิเนาะ?

ปล.4 คิดถึงทุกคนค่ะ แต่จะคิดถึงมากขึ้นหากช่วยรดน้ำนะคะ อิอิ

edit @ 12 Jun 2009 04:11:33 by BassYoncE



|3๑ssYoncE
View full profile